สหภาพยุโรปพร้อมกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับไทยทุกด้านผ่าน FTA และสร้างพันธมิตรในการส่งเสริม SMEs ------------------------------------- เอกอัครราชทูตแห่งสหภาพยุโรป (EU) ประจำประเทศไทยได้เข้าพบหารือเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างกัน ซึ่งทั้งไทยและ EU ต่างเห็นพ้องที่จะขยายความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นผ่านกรอบการเจรจาระดับภูมิภาคในนามของสหภาพยุโรป ภายหลังจากที่คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปได้มีมติเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2560 ให้ยกระดับความสัมพันธ์กับไทยในทุกระดับ และให้กรรมาธิการยุโรปด้านการค้าพิจารณาความเป็นไปได้ในการรื้อฟื้นการเจรจา FTA อย่างเต็มรูปแบบภายหลังไทยมีการเลือกตั้งทั่วไป ทั้งนี้ ในการพบหารือระหว่างประเทศสมาชิก EU กับไทยในหลายเวทีที่ผ่านมา ทั้งไทยและ EU ต่างเล็งเห็นถึงประโยชน์ที่ทั้งสองฝ่ายจะได้รับจากการกลับมาเจรจา FTA โดยได้หารือถึงเรื่องการเยือนกรุงบรัสเซลส์ของรองนายกรัฐมนตรีสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เพื่อรื้อฟื้นการเจรจา FTA ถึงแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา ได้มีการชะลอการเจรจา FTA ออกไป แต่เมื่อปีที่แล้ว ทั้งสองฝ่ายก็ได้มีการหารือร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางส่งเสริมการค้า พัฒนาความร่วมมือ และการลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน ผ่านช่องทางการประชุมคณะทำงานด้านการค้าและการลงทุน ไทย-EU ระดับเจ้าหน้าที่ซึ่งฝ่าย EU เป็นเจ้าภาพ พร้อมทั้งได้วางแผนที่จะจัดการประชุมขึ้นอีกครั้งในปีนี้ ในมิติของการสร้าง Strategic Partnership ไทยและสภาพยุโรปเห็นพ้องที่จะขยายความร่วมมือที่เน้นด้านการส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SMEs (Small and Medium Enterprises) เนื่องจากนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ในปัจจุบันคือการพัฒนา SMEs ซึ่งถือว่าเป็นอนาคตของเศรษฐกิจไทย โดยจะมุ่งส่งเสริมธุรกิจบริการในสาขาที่ต่างฝ่ายต่างมีความเชี่ยวชาญ อาทิ ร้านอาหารและสปาซึ่งไทยมีความเข้มแข็ง และสาขา IT หรือเครื่องมือแพทย์ซึ่งเป็นสาขาที่ EU มีความเชี่ยวชาญ และสามารถเข้ามาลงทุนในไทยได้ โดยเฉพาะการใช้สิทธิประโยชน์จากโครงการ EEC ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจหลักที่พร้อมรองรับการลงทุนในปัจจุบัน รวมทั้งมีศักยภาพในการขยายตลาดไปในกลุ่มประเทศอาเซียน นอกจากนั้น ไทยและ EU ยังได้หารือกันในเรื่องนโยบายเศรษฐกิจภาพรวม อาทิ การส่งเสริมให้ธุรกิจไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศนอกเหนือจากการส่งออกสินค้า การเน้นในมิติด้านคุณภาพมากกว่าแค่การกำหนดเป้าหมายตัวเลขการส่งออก โดยให้ความสำคัญกับสัดส่วนการส่งออกที่มาจากกลุ่ม SMEs และการให้ความสำคัญกับผู้มีรายได้น้อย เพื่อเป้าหมายในการลดความเหลื่อมล้ำของประชากร รวมทั้งการปรับโครงสร้างผ่านการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งครอบคลุมการวางโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นของประเทศ Cr.สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ #ลุงตู่มาแว้วๆๆๆ #กระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ #ท่านสนธิรัตน์

PERMALINK:

   Go to Facebook Url

TAG:

    #ลุงตู่     #นายกรัฐมนตรี     #รองนายก     #สมคิด     #สนธิรัตน์     #ส่งออก

RELATE: