"ผอ.ธนาคารโลก ไทย"พบ"บิ๊กตู่"ชื่นชม รัฐบาล ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ระบบ และปฏิรูปงานบริการของภาครัฐ เอื้อต่อการลงทุน และการดำเนินธุรกิจในไทย ขยับจาก อันดับที่ 26 ดีขึ้น 20 อันดับ จากเดิมอันดับ 46 เมื่อปี 2560 นาย Ulrich Zachau ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทย มาเลเซีย และความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และคณะวิจัยการจัดอันดับความยาก – ง่าย ในการประกอบธุรกิจของธนาคารโลก เข้าพบ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่. ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พลเอก ประยุทธ์ แสดงความรู้สึกยินดีที่ได้พบปะอีกครั้ง ซึ่งไทยกับธนาคารโลกมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดมากว่า 70 ปี ครอบคลุมความร่วมมือในหลายด้าน อาทิ การลงทุน การศึกษา การพัฒนาระบบราชการ แรงงาน และการปฏิรูปเศรษฐกิจ การหารือเมื่อปีที่แล้ว ธนาคารโลกยังได้ให้ข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคของการดำเนินธุรกิจในไทย แม้ปัจจุบันไทยมีนโยบายประเทศไทย 4.0 เพื่อเปลี่ยนแปลงไปสู่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ไทยยังคงเป็นประเทศเกษตรกรรมและยังคงมีปัญหาเรื่องการกระจายรายได้ จึงหวังว่าธนาคารโลกจะเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกันกับรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ กล่าวว่า แม้อันดับความยาก - ง่ายในการประกอบธุรกิจของไทยของไทยจะดีขึ้น แต่รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้มีความสะดวก ภายใต้ความร่วมมือกับธนาคารโลกต่อไป เพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศและภูมิภาคให้แข็งแกร่งอย่างยั่งยืน ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทย มาเลเซีย และความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวขอบคุณรัฐบาลที่ได้ให้ธนาคารโลกเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาด้านต่าง ๆ ของไทย พร้อมชื่นชมการทำงานของรัฐบาลในการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้เห็นถึงการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงระบบและปฏิรูปงานบริการของภาครัฐให้เอื้อต่อการลงทุนและการดำเนินธุรกิจในไทยอย่างชัดเจน เป็นผลให้อันดับความยาก - ง่ายในการประกอบธุรกิจของไทยประจำปี 2561 อยู่อันดับที่ 26 ดีขึ้น 20 อันดับ จากเดิมอันดับ 46 เมื่อปี 2560 นอกจากนี้ ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทย มาเลเซีย และความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกไทย ยังชื่นชมการดำเนินการของนายกรัฐมนตรีและความมุ่งมั่นของรัฐบาล ในการปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ และการดำเนินนโยบายที่จะช่วยให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจของไทย อาทิ การปรับปรุงกฎหมายให้เอื้อต่อการต่อการประกอบธุรกิจ การวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน การดำเนินนโยบายประเทศไทย 4.0 โครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งเชื่อว่า จะทำให้ไทยเกิดการพัฒนาอย่างก้าวหน้าต่อไปได้ Cr.Wassana Nanuam #ลุงตู่มาแว้วๆๆๆ #การลงทุนและการดำเนินธุรกิจในไทยขยับขึ้นเป็นอันดับที่26

TAG

RELATE