ปรับโฉม “Thaitrade.com” รับธุรกิจออนไลน์ ช่วยผู้ประกอบการรายย่อย การเข้ามาของอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่จากจีน ทั้ง บริษัท Alibaba และบริษัท JD.com รวมทั้งเว็บไซต์จากยักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกา อาทิ บริษัท Amazon และ eBay เป็นสัญญาณเตือนให้ประเทศไทย ทั้งภาครัฐและเอกชน จำเป็นต้องเร่งผนึกกำลังกันเพื่อให้การค้าออนไลน์และระบบนิเวศน์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของไทยมีความเข้มแข็งและสร้างภูมิคุ้มกันที่ทนต่อการเปลี่ยนแปลง และตั้งรับการเข้ามาของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของโลกได้ กระทรวงพาณิชย์ เล็งเห็นถึงโอกาสในการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการเพิ่มมูลค่าทางการค้า ได้ดำเนินการเปิดตัวเว็บไซต์ย่อย 3 เว็บไซต์ คือ Thaitrade.com - B2B e-Marketplace ขายส่งระหว่างประเทศ ที่มาพร้อมบริการใหม่ e-Quotation และ Instant Sourcing Service และ Thaitrade SOOK (Small Order Ok) - B2C e-Marketplace ขายปลีกระหว่างประเทศ รวมทั้ง Thaitrade Shop ช้อปครบจบในคลิกเดียว B2C e-Marketplace ซื้อขายภายในประเทศ ที่จะรองรับการชำระเงินออนไลน์ทุกรูปแบบ และเชื่อมต่อการขนส่งภายในประเทศ รวมถึงการพัฒนาเป็น Gateway ให้แพลตฟอร์ม ทั้งของภาครัฐและเอกชนของไทย มาเชื่อมต่อระบบการค้นหาสินค้าเพื่อส่งข้อมูลสินค้ามาแสดงผลบน Thaitrade Shop ครับ ที่ผ่านมายังไม่มีสินค้าไทยเข้าไปจำหน่าย หรือมีก็จำนวนน้อยมาก งานครั้งนี้ถือว่าเป็นการขยายโอกาสในการทำตลาดของเอสเอ็มอีที่ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ สามารถส่งออกไปแข่งขันกับสินค้าจากประเทศอื่น ๆ ได้มากขึ้น ต้องยอมรับว่าการที่จะเข้าไปจำหน่ายสินค้าในแพลตฟอร์มของต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย งานครั้งนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้เอสเอ็มอีในการทำตลาดมากขึ้นครับ สุดท้ายผมมีความเชื่อมั่นว่า ตลาดการค้าในโลกออนไลน์ยุคใหม่นี้ จะเป็นช่องทางการค้าที่สามารถเพิ่มรายได้อย่างมหาศาลให้กับ SMEs ไทยตัวเล็กๆได้เติบโตไปสู่ตลาดโลกได้ครับ Cr.สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ #ลุงตู่มาแว้วๆๆๆ #ปรับโฉมThaitrade.com

TAG

RELATE